Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

พิธีไหว้ครูและรับศิษย์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ปี’62

รศ.ดร.ไพโรจน์ สถิรยากร คณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นประธานงานพิธีไหว้ครูและรับศิษย์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ประจำปีการศึกษา 2562 โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ เข้าร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 8 อาคารปฏิบัติการและประลองรวม สโมสรนักศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มจพ. บรรยากาศภายในงานสดชื่น ย้อนรำลึกกลิ่นอายของการไหว้ครูที่ได้จัดขึ้นเป็นประจำของทุกๆ ปี ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้ในพานของนักศึกษาได้จัดเตรียม พานดอกไม้ พานธูปเทียนและดอกไม้ที่บรรจงสร้างสรรค์มาไหว้ครู เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูผู้ประสาทวิชาความรู้

นอกจากพิธีไหว้ครูแล้วยังมีพิธีรับศิษย์คณะฯ โดยการผูกข้อมือ ผูกเนคไทสีเขียวให้นักศึกษาชาย และติดตุ้งติ้งให้นักศึกษาหญิง เพื่อแสดงความเป็นศิษย์ของคณะด้วย ภายในงานดังกล่าวยังจัดพิธีมีการมอบทุนการศึกษา โดยสมาคมศิษย์เก่าครุศาสตร์อุตสาหกรรม การมอบวุฒิบัตรให้กับนักศึกษาที่เป็นกรรมการสโมสร และมอบรางวัลผู้ชนะในการประกวดพานไหว้ครูในแต่ละประเภท ซึ่งพิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่เป็นประเพณีของไทย นิยมปฏิบัติกันมาแต่สมัยโบราณ โดยเป็นการแสดงถึงความระลึกถึงบุญคุณของครู ส่งผลทำให้มีการไหว้ครูเป็นการแสดงตนว่าขอเป็นศิษย์ของท่านโดยตรง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562

ขวัญฤทัย ข่าว/ประจักษเวช ถ่ายภาพ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ยได้รับเลือกเป็น 1 ใน 50 องค์กรที่มีความก้าวหน้าและชาญฉลาดที่สุดของโลก โดย MIT Technology Review

หางโจว, จีน/ 8 กรกฎาคม 2562 – หัวเว่ยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในรายชื่อ 50 องค์กรที่มีความก้าวหน้าและชาญฉลาดที่สุด (50 Smartest Companies) ในโลกประจำปี โดย MIT Technology Review สื่อด้านเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลระดับโลกรายนี้ได้เริ่มเผยแพร่รายชื่อองค์กร 50 แห่งที่มีความสามารถในการผสมผสานเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้ากับรูปแบบธุรกิจได้ดีที่สุดเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยหัวเว่ยได้รับการคัดเลือกเข้ามาอยู่ในรายชื่อของปีนี้จากความสามารถอันโดดเด่นในด้านนวัตกรรม

MIT Technology Review จะคัดเลือก 50 องค์กรที่มีความก้าวหน้าและชาญฉลาดที่สุด โดยพิจารณาจากสิ่งที่บริษัทนั้นๆ ได้ทำในช่วงปีที่ผ่านมา วิธีการที่ใช้ และความสำเร็จที่ได้รับ โดยจะประเมินความสามารถในการแข่งขันหลัก ๆ ของบริษัทด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงความก้าวหน้าและนวัตกรรมที่บริษัทได้สร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นทั้งกับตัวบริษัทเอง วงการอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ในระดับโลก

มร. วิลเลี่ยม สฺวี กรรมการบริหารและประธานสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์ของหัวเว่ย กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรมของหัวเว่ยที่งาน 50 Smartest Companies 2019 China Summit ว่า “กว่า 30 ปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้พัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมเป็นหลัก เช่นเดียวกับนวัตกรรมด้านโซลูชั่นโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค ที่เราเรียกว่า นวัตกรรม 1.0 แห่งอนาคต (Innovation 1.0. In the future) หัวเว่ยจะดำเนินการพัฒนา นวัตกรรม 2.0 ต่อไป อันรวมถึงความก้าวหน้าทางทฤษฎีและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ หัวเว่ยยึดมั่นในนวัตกรรมที่เปิดกว้างและการพัฒนาที่ครอบคลุมรอบด้าน ซึ่งนวัตกรรมที่เปิดกว้างนั้นหมายถึง การพัฒนาร่วมไปกับผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก พร้อมทั้งแบ่งปันทรัพยากรและความสามารถ ส่วนการพัฒนาที่ครอบคลุมรอบด้านนั้น หมายถึง การแบ่งปันผลผลิตจากนวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้ทุกคนและทุกอุตสาหกรรมสามารถใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งช่วยสร้างอนาคตที่สดใสแก่โลกและอุตสาหกรรมต่างๆ ต่อไป”

มร. วิลเลี่ยม สฺวี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าสถาบันการศึกษาเป็นแหล่งบ่มเพาะความก้าวหน้าทางทฤษฎีและการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมจะคอยผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าจากความท้าทายที่มากขึ้น การสนองความต้องการของผู้บริโภค และการให้เงินทุนสนับสนุนการวิจัยแก่มหาลัยต่าง ๆ หัวเว่ยจะสนับสนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัยและสถาบันต่าง ๆ ต่อไป และให้คำมั่นว่าจะค้นหาและสร้างสรรค์เทคโนโลยีแห่งอนาคต ตลอดกระบวนการประมวลผลข้อมูล ครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง การจัดเก็บ การคำนวน การถ่ายโอนและการนำเสนอ ไปจนถึงการใช้สอยข้อมูล

MIT Technology Review ได้ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัทที่ติดอัน “50 Smartest Companies” ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศจีนเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยมีทั้งบริษัทจีนและบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในจีนติดอันดับดังกล่าว


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท พลัส แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อเพื่อธุรกิจ ปักหมุดสาขาใหม่ที่ห้าง CK Plaza ระยอง

“ออฟฟิศเมท พลัส” แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อเพื่อธุรกิจเปิดสาขาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปักหมุด จ.ระยอง อ.ปลวกแดง ที่ห้าง CK Plaza ตึกใหม่ ชั้น 1 เดินหน้าเพิ่มความสะดวก พลัสความสบายให้ผู้ประกอบการและจัดซื้อองค์กรทุกขนาดในระยองและพื้นที่ใกล้เคียง จัดเต็มสินค้าที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งเครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน ไอที เฟอร์นิเจอร์ ให้ลูกค้าช้อปได้ไม่จำกัดกว่า 20,000 รายการ ทั้งค้าปลีกหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ภายในร้าน โดยให้บริการจัดส่งถึงที่

“ออฟฟิศเมท พลัส” สาขาระยอง ที่ห้าง CK Plaza ตึกใหม่ ชั้น 1 แห่งนี้ ได้รับความไว้วางใจจาก คุณชัยยงค์ คูเพ็ญวิจิตตระการ นายกเทศมนตรี อำเภอปลวกแดง กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารร้านแฟรนไชส์ ออฟฟิศเมท พลัส สาขา CK Plaza บนพื้นที่ 120 ตารางเมตร จำหน่ายเครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน Gadget สินค้าไอที พริ้นเตอร์ เม้าส์ และเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน หลากหลายรายการ ยิ่งไปกว่านั้น ร้านออฟฟิศเมท พลัส เป็นระบบ Omni franchise ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้านอกเหนือจากที่เห็นในร้านได้อีกกว่า 20,000 รายการ พร้อมมีบริการจัดส่งฟรีถึงออฟฟิศ หรือ บ้านลูกค้า เพียงช้อปครบ 499 บาท (*ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ชาวระยอง ที่กำลังมองหาจุดรับส่งพัสดุด่วนที่สะดวกรวดเร็ว สามารถใช้บริการ Kerry Express ได้ที่ร้านออฟฟิศเมท พลัส เช่นกัน รับรองว่าช่วยประหยัดเวลาให้คนทำธุรกิจได้อีกมาก เพราะที่ร้านนี้มีครบทั้งสินค้าอุปกรณ์แพ็คกิ้ง อาทิ กล่องพัสดุ ซองเอกสาร อุปกรณ์กันกระแทก เทปกาว ในราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท

ห้ามพลาด! โปรโมชั่นฉลองเปิดสาขาใหม่ ออฟฟิศเมท พลัส สาขาระยอง ที่ห้าง CK Plaza จัดเต็มเอาใจทั้งผู้ประกอบการรายย่อยและลูกค้าธุรกิจ ให้ช้อปคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!
• 7 – 18 ก.ค. 2562 สินค้าเครื่องเขียน me.style และลำโพง REMAX ลดทั้งแบรนด์สูงสุด 50%, อุปกรณ์สำนักงานสุดคุ้ม ซื้อ 1 แถม 1, สินค้าเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้สำนักงาน แบรนด์ Furradec ลดสูงสุด 63% นอกจากนี้ยังมีมัลติฟังก์ชันอิงค์เจ็ท เมาส์ไร้สาย กระดาษถ่ายเอกสาร และสินค้าเด็ดที่ คัดสรรมาทำราคาสุดคุ้มอีกมากมาย
• 7 ก.ค. – 31 ต.ค. 2562 ลูกค้าธุรกิจรับโปรโมชั่น “ช้อปสุดคุ้ม รับ 3 ต่อ”
o ต่อที่ 1 รับทันที บัตรสมนาคุณ Tops Market มูลค่า 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,500 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ (*พิเศษรับเพิ่ม ส่วนลด 3% สำหรับซื้อสินค้าครั้งต่อไป)
o ต่อที่ 2 ลดทันที 3% เมื่อซื้อสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
o ต่อที่ 3 รับทันที กระเป๋าเดินทาง ROXY จำนวน 1 ใบ (มูลค่า 2,850 บาท) เมื่อสะสมยอดซื้อครบ 10,000 บาท (*สามารถสะสมยอดซื้อภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่ซื้อบิลแรก) (จำนวนจำกัด / หมดแล้วหมดเลย)


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

โครงการนำร่องเพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็ก เตรียมเปิดตัวร่วมกับโรงเรียนเทศบาล สุราษฎร์ธานี

กรุงเทพฯ/ 3 กรกฎาคม 2562 – หัวเว่ย ผู้จัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำระดับโลก ประกาศโครงการความร่วมมือกับเอชไอพี โกลบอล และ แอ็กซิส (ประเทศไทย) เปิดตัวโซลูชั่นดูแลความปลอดภัยแก่เด็กนักเรียน ด้วยระบบ NB-IoT Tracker นวัตกรรมโซลูชั่นที่เชื่อมโยงระบบ GPS Tracking บนเครือข่าย NB-IoT เพื่อติดตามและดูแลความปลอดภัยให้แก่เด็กนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 1, 3, 4 และ 5 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

NB-IoT เป็นเทคโนโลยีกึ่ง 5G ที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ อุปกรณ์ Tracker สามารถติดตามตำแหน่งที่อยู่ของเด็กนักเรียนในบริเวณโรงเรียน หรือระหว่างบ้านและโรงเรียน ณ เวลาหนึ่ง ๆ ได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถใช้เป็นเครื่องบันทึกการเข้าเรียนอัตโนมัติ ช่วยให้ครูสามารถระบุตำแหน่งของเด็ก ที่อยู่ในโรงเรียน แต่ยังไม่เข้าห้องเรียน นอกจากนี้ ระบบยังสามารถจะบอกได้ว่ารถโรงเรียนได้รับหรือส่งเด็กนักเรียนไปถึงจุดหมายได้เรียบร้อยหรือไม่ ด้วยการเปรียบเทียบข้อมูลตำแหน่งที่อยู่แบบเรียลไทม์ของเด็กนักเรียนและรถโรงเรียน ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติ หรือมีความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งและเวลาที่ตั้งไว้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง คนขับรถโรงเรียนหรือรถตู้ และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนจะได้รับสัญญาณเตือนในทันที

“ในฐานะบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) หัวเว่ยต้องการตอบแทนคืนสู่สังคมด้วยการจัดโครงการเพื่อสังคมที่เป็นประโยชน์ เราจึงได้ร่วมมือกับเอชไอพี โกลบอล และแอ็กซิส ในการพัฒนาและโปรโมทโซลูชั่น NB-IoT ชั้นนำ เพื่อรับมือกับปัญหาด้านความปลอดภัย สุขภาพ และความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียน” มร. โทมัส โจว เจิ้น ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหัวเว่ย กล่าว “นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่จะนำโซลูชั่นใหม่ ๆ มาสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับเด็กที่ขาดแคลนในสังคม ผมขอขอบคุณพันธมิตรของเราทั้งสองรายที่ได้ร่วมกันทำงานในโครงการนี้ และหวังว่าจะได้มีการแนะนำโครงการนี้ในระดับประเทศต่อไปในอนาคตอันใกล้”

จากสถิติในระหว่างปี พ.ศ. 2555 – 2559 มีเหตุการณ์ที่เด็กเล็กถูกลืมทิ้งไว้ในรถยนต์หรือรถโรงเรียนถึง14 ครั้ง ซึ่งบางครั้งอาจนำมาซึ่งเหตุสลดใจ โซลูชั่นที่เราพัฒนาขึ้นมาร่วมกันจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

นางพิพิศน์ วัฒนาวีรชัย รองนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า “เราภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการนำร่องนี้ที่สามารถช่วยชีวิตคน แพลตฟอร์มการติดตามเพื่อสร้างความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ยเป็นการส่งเสริมให้จังหวัดของเราเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายประเทศไทย 4.0 และโครงการสมาร์ทซิตี้”

โครงการนำร่องนี้จะมีเด็กนักเรียนระดับชั้นประถม 120 คน ซึ่งปัจจุบันเป็นเด็กของโรงเรียนเทศบาล 1,3, 4 และ 5 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมโครงการ โดยเด็กนักเรียนแต่ละคนจะได้มีชิป ที่ทำหน้าที่ส่งพิกัดที่อยู่ไปยังเครื่อง GPS Tracker ที่พัฒนาขึ้นโดยแอ็กซิส และอุปกรณ์ดีไวซ์ที่พัฒนาขึ้นโดยเอชไอพี โกลบอล ระบบนี้จะเชื่อมต่อผ่านแพลตฟอร์ม NB-IoT ของหัวเว่ย เพื่อให้สามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา ระบบ Axis iCare สามารถช่วยชีวิต ลดความเสี่ยงจากอันตราย และความเครียดที่เกิดขึ้นกับผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน ที่ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยของเด็กนักเรียน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ยเผยแพร่รายงานปกขาวด้านทรัพย์สินทางปัญญา

เซิ่นเจิ้น, จีน/ 28 มิถุนายน 2562 – วันนี้ หัวเว่ยได้เผยแพร่รายงานสมุดปกขาวว่าด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา และเตือนไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปโยงเป็นประเด็นทางการเมือง มร. ซ่ง หลิ่วผิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของหัวเว่ย กล่าวในงานแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทว่า ทรัพย์สินทางปัญญาคือรากฐานสำคัญของนวัตกรรม และการนำเรื่องดังกล่าวไปเป็นประเด็นทางการเมืองจะขัดขวางพัฒนาการความก้าวหน้าของทั่วโลกได้

“หากนักการเมืองใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือทางการเมือง พวกเขาจะทำลายความเชื่อมั่นในระบบการคุ้มครองสิทธิบัตร หากรัฐบาลบางประเทศเลือกที่จะตัดบริษัทต่างๆ ออกจากลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาของพวกเขา ก็ถือเป็นการทำลายรากฐานของนวัตกรรมระดับโลก” มร. ซ่ง กล่าว

รายงานสมุดปกขาวเรื่อง“ การเคารพและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา: รากฐานของนวัตกรรม” ได้อธิบายเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติและการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของหัวเว่ย

รายงานได้ตั้งข้อสรุปว่า การคุ้มครองนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของหัวเว่ยมานานกว่า 30 ปี หัวเว่ยได้รับอนุมัติสิทธิบัตร 87,805 ฉบับ ณ สิ้นปี พ.ศ. 2561 โดยเป็นสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกา 11,152 รายการ และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 หัวเว่ยมีรายได้จากการให้ลิขสิทธิ์กว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกเหนือจากการเก็บสะสมสิทธิบัตรของตัวเองแล้ว หัวเว่ยยังได้จ่ายเงินมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นค่าลิขสิทธิ์สำหรับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทอื่นอย่างถูกกฎหมาย โดยเกือบร้อยละ 80 ของเงินค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมดได้จ่ายให้กับบริษัทอเมริกัน ดังที่ปรากฎตามรายงานดังกล่าว

มร. ซ่ง กล่าวว่า ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และข้อพิพาทต่าง ๆ ควรได้รับการแก้ไขผ่านกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมเสริมว่า ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีศาลใดตัดสินว่าหัวเว่ยมีส่วนในการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาอันร้ายแรง และหัวเว่ยก็ไม่เคยถูกศาลสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายในเรื่องนี้ด้วย

แนวคิดเรื่องความร่วมมือและการเคารพในทรัพย์สินทางปัญญาของหัวเว่ย สะท้อนผ่านข้อเท็จจริงง่าย ๆ ที่ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของบริษัทหลายอย่างได้ถูกผสานรวมอยู่ในมาตรฐานอันเปิดกว้างต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับเทคโนโลยี 3G, 4G และ 5G และแม้ว่าบางประเทศจะไม่ได้ซื้อผลิตภัณฑ์โดยตรงจากหัวเว่ย พวกเขาก็ยังใช้สิทธิบัตรที่สำคัญ ๆ ของหัวเว่ย และร่วมแบ่งปันประโยชน์ของเทคโนโลยีที่หัวเว่ยสร้างขึ้นมา มร. ซ่ง กล่าว

มร. ซ่ง ยังได้กล่าวถึงจุดยืนของหัวเว่ยเกี่ยวกับการใช้สิทธิบัตรว่า บริษัทจะไม่ใช้สิทธิบัตรของตัวเองเป็นอาวุธทำร้ายคนอื่น แต่หัวเว่ยจะใช้ทัศนคติที่เปิดกว้างและเน้นการทำงานร่วมกัน และปฏิบัติตามหลักการที่ “ยุติธรรม สมเหตุสมผล และไม่เลือกปฏิบัติ” เมื่อต้องมีส่วนร่วมในเรื่องการออกใบอนุญาตสิทธิบัตรกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม

“และดังเช่นเคย หัวเว่ยพร้อมและเต็มใจที่จะแบ่งปันเทคโนโลยีของเราให้กับผู้คนทั่วโลก ซึ่งรวมถึง 5G รวมถึงบริษัทและผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา เมื่อเราร่วมมือกัน ก็จะสามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของเราให้เติบโตไปข้างหน้าและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมนุษย์เราทุกคนได้” มร. ซ่งกล่าว

รายงานดังกล่าวยังอธิบายถึงเรื่องความยั่งยืนของนวัตกรรมที่ช่วยให้หัวเว่ยประสบความสำเร็จ ตลอดจนการที่นวัตกรรมของหัวเว่ยนำมาซึ่งคุณค่าทางสังคมขนานใหญ่ และจุดยืนของหัวเว่ยเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลที่สามและของตัวเอง

สามารถดาวน์โหลดรายงานสมุดปกขาวนี้ได้ที่ 
https://www-file.huawei.com/-/media/CORPORATE/PDF/white%20paper/2019/Huawei_White_Paper_on_Innovation_and_Intellectual_Property.pdf


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ยคว้ารางวัล “เทคโนโลยีเครือข่ายหลัก 5G ที่ดีที่สุด” จากงาน 5G World Summit

ลอนดอน สหราชอาณาจักร/ 20 มิถุนายน 2562 – โซลูชันเครือข่ายหลัก 5G ของหัวเว่ยคว้ารางวัล “Best 5G Core Network Technology” จากงาน 5G World Summit 2019 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ลอนดอน

เทคโนโลยี 5G จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ และส่งเสริมให้เกิดการใช้งานในอุตสาหกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เครือข่ายหลัก 5G ทำหน้าที่เป็นฮับสำหรับสร้างการเชื่อมโยงให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และกำหนดรีซอร์สของเครือข่าย โดยมีความหน่วงเวลาเป็นหัวใจสำคัญ เครือข่ายหลักจะมีประสิทธิภาพบริการเครือข่ายที่แตกต่างและเห็นผลชัดเจน ตั้งแต่เชื่อมโยงคนไปจนถึงสิ่งของต่างๆ ทำให้ 5G สามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่ออุตสาหกรรมและปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมให้ก้าวสู่ดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น

เครือข่าย 5G อัจฉริยะของหัวเว่ยสร้างขึ้นบนเทคโนโลยี Cloud Native, Connectivity+ และ Edge Computing ที่ล้ำสมัย รองรับ 3-layer Decoupling, Stateless Design, Cross-DC Deployment, Microservices, A/B Test และเทคโนโลยีคลาวด์อื่นๆ ถือเป็นเครือข่ายแรกของอุตสาหกรรมที่รองรับการผสานรวมเทคโนโลยี 2G/3G/4G/5G NSA/5G SA มีทั้งโซลูชันเสียง Single Voice Core และใช้สถาปัตยกรรมแบบกระจาย CUPS ทำให้เครือข่ายสามารถรองรับ User Plane Plug and Play ได้แบบครบวงจร กำหนดรีซอร์สการประมวลผล Heterogeneous Edge แบบ on-demand, ผนวกรวมแอพพลิเคชั่นจากแหล่งอื่นได้อย่างรวดเร็ว และการสร้างระบบนิเวศ Edge แบบเปิดกว้าง ทำให้เกิดบริการที่แตกต่างและอุตสาหกรรมที่หลากหลาย

มร. หม่า เลี่ยง ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์เครือข่ายหลัก ของหัวเว่ยคลาวด์ ตั้งข้อสังเกตว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้รับรางวัลนี้ หลายปีมานี้หัวเว่ยได้สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 5G มาอย่างมากมายจากการลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันเรายังได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและพันธมิตรในอุตสาหกรรมมากมายในการพัฒนาการใช้งาน 5G อย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมแนวตั้ง ทำให้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมเกิดการเติบโต และเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์อย่างเต็มที่”

ณ เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 หัวเว่ยมีสัญญา 5G เชิงพาณิชย์รวม 46 ฉบับ และได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือแบบข้ามอุตสาหกรรมอีกจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี Network Slicing และ Mobile Edge Computing (MEC) ในด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ, เทคโนโลยี VR/AR, เทคโนโลยี Internet of Vehicle (IoV), การผ่าตัดทางไกล, การผลิตเชิงอัจฉริยะ และอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้ระบบนิเวศ 5G มีการเติบโตสมบูรณ์ หัวเว่ยจะมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้ดีขึ้นด้วยโซลูชันที่ดีกว่า


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ย ผนึกกำลังพันธมิตร เปิดตัวโซลูชัน LTE-R ยกระดับการสื่อสารไร้สายระบบรางที่ล้ำสมัย

สต็อกโฮล์ม, สวีเดน/ 18 มิถุนายน 2562 – บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด ร่วมกับบริษัท เทียนจิน 712 คอมมูนิเคชัน แอนด์ บรอดแคสติง จำกัด (TCB 712) เปิดตัวโซลูชัน LTE-R เพื่อการสื่อสารไร้สายที่ล้ำสมัยสำหรับระบบราง ในงานสัมมนาด้านการขนส่งมวลชน “UITP Global Public Transport Summit 2019” ที่กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดยโซลูชันใหม่นี้ที่กำลังนำมาติดตั้งใช้งานในประเทศจีน จะช่วยให้การติดต่อสื่อสารมีความรวดเร็ว น่าเชื่อถือ และชาญฉลาด เสริมสร้างความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานให้กับผู้โดยสารในระบบขนส่งทางราง

การพัฒนาอย่างรวดเร็วของรถไฟความเร็วสูงทำให้รถไฟกลายเป็นวิธีการเดินทางที่รวดเร็ว ปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับคนจำนวนมาก ซึ่งรากฐานสำคัญของการขนส่งทางรางที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือนั้นคือการสังเคราะห์ข้อมูลระหว่างผู้โดยสาร รถไฟและระบบโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่การพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ รถไฟอัจฉริยะและสมาร์ทสเตชั่น ทำให้เกิดความต้องการเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่มีความเร็วสูงและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น จึงนำไปสู่การพัฒนาโซลูชัน LTE-R เพื่อตอบสนองความต้องการและทำให้รถไฟทั้งระบบสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โซลูชัน LTE-R รองรับการพัฒนาสู่ 5G และการเชื่อมต่อกับ GSM-R มาพร้อมคุณสมบัติขั้นสูง ได้แก่ บริการ Multiple Trunking หลากแบบ อาทิ บริการ Push-to-Talk ในภาวะฉุกเฉิน (Mission Critical Push-to-Talk – MCPTT) เสียง วิดีโอและดาต้า ตลอดจนการใช้เครือข่าย LTE-R เพื่อช่วยควบคุมรถไฟและการเดินรถไฟ ระบบข้อมูลผู้โดยสาร (PIS) กล้องวงจรปิด CCTV และบริการทางรางอื่น ๆ โซลูชันนี้เมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยี 5G จะช่วยให้ระบบรถไฟอัจฉริยะในอนาคตที่ทุกสิ่งเชื่อมโยงกันเกิดขึ้นได้

ในระหว่างการเปิดตัวโซลูชัน LTE-R ที่งาน Huawei Global Rail Summit มร. เออแมน หลิว ประธานฝ่ายธุรกิจการขนส่ง กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ของหัวเว่ย กล่าวย้ำว่า หัวเว่ยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งทางราง ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในด้านการติดต่อสื่อสารสำหรับอุตสาหกรรมระบบราง ให้บริการคิดเป็นระยะทางมากกว่า 120,000 กิโลเมตร และครอบคลุมเส้นทางรถไฟในเมืองมากกว่า 100 เส้นทางทั่วโลก ในขณะเดียวกัน หัวเว่ยยังคงให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าลงทุนและสร้างสรรค์เทคโนโลยีเครือข่ายสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งระบบรางเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใช้บริการ

โซลูชัน LTE-R ให้บริการการสื่อสารทั้งดาต้าและเสียงแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง มีความปลอดภัยและทำงานอย่างชาญฉลาดภายในขบวนรถไฟ ทั้งจากขบวนรถไฟกับสถานีและระหว่างรถไฟกับรถไฟ โดยเครือข่ายดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนกระบวนการพลิกโฉมทางดิจิทัลสำหรับลูกค้าระบบราง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานในอนาคต

มร. เติ้ง เสี่ยวชื่อ ผู้อำนวยการด้านอุตสาหกรรมการขนส่ง กลุ่มงานผลิตภัณฑ์เครือข่ายไร้สายของหัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า หัวเว่ยทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมระบบรางมาเป็นเวลาหลายปี และยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์บริการที่ดียิ่งขึ้นเพื่อลูกค้า ซึ่งหัวเว่ยได้มีการสาธิตโซลูชัน LTE-R นี้ให้กับลูกค้าหลายรายแล้ว และในปีนี้ จะมีการทยอยนำมาตรฐาน LTE-R ของจีนออกมาใช้เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาให้กับอุตสาหกรรมระบบรางอีกด้วย

มร. เจิ้ง ฉ่ายชุ่น ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ธุรกิจการสื่อสารเคลื่อนที่ของ TCB 712 กล่าวว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2503 และได้ร่วมมือกับหัวเว่ยเพื่อพัฒนาโซลูชัน GSM-R และ LTE-R เพื่อการสื่อสารไร้สายสำหรับระบบรางที่ล้ำสมัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ทั้งสองบริษัทได้ผ่านความท้าทายนานัปการจนประสบความสำเร็จในการพัฒนาโซลูชันนี้ ซึ่งได้มีการตรวจสอบการใช้งานแล้วในแอฟริกาใต้ถึงประสบการณ์การใช้งานที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือสำหรับผู้โดยสาร


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

CCTV จับมือไชน่า โมบาย และหัวเว่ย ทดสอบถ่ายทอดสด 4K สตรีมมิ่ง บนเครือข่าย 5G Dual-Band

ปักกิ่ง, จีน, 14 มิถุนายน 2562 – CCTV, ไชน่า โมบาย และหัวเว่ย ประสบความสำเร็จในการทดสอบการถ่ายทอดสดทีวีความคมชัดระดับ 4K เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมบนเครือข่าย 5G Dual-Band ที่ปักกิ่ง ซึ่งเมื่อเทียบกับการทดสอบถ่ายทอดสด 4K สตรีมมิ่งแบบประจำที่ซึ่งจัดขึ้นก่อนหน้านี้ การทดสอบครั้งล่าสุดจึงเป็นการต่อยอดขยายขอบเขตและรูปแบบการถ่ายทอดสด 4K สตรีมมิ่งให้กว้างขวางออกไป นับเป็นอีกก้าวที่ล้ำหน้าไปอีกขั้นสำหรับการใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์

วิดีโอ 4K มีความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล และอัตราเฟรมอยู่ที่ 50 ภาพต่อวินาที ให้รายละเอียดภาพคมชัด ช่วงการแสดงผลของค่าสี (color gamut) กว้าง ทำให้ภาพมีความสวยสมจริงเป็นธรรมชาติกว่า แต่การส่งสัญญาณภาพวิดีโอ 4K ต้องอาศัยแบนด์วิดธ์จำนวนมาก อีกทั้ง อัตราการส่งสัญญาณบนเครือข่าย 5G อาจต้องใช้แบนด์วิดธ์มากกว่าเครือข่าย 4G ถึง 10-100 เท่า ซึ่งเครือข่าย 5G สามารถรองรับแบนด์วิดธ์ในระดับ Ultra-high และมีความหน่วงต่ำมากในระดับ Ultra-Low ซึ่งจำเป็นสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณความละเอียดระดับ 4K

การร่วมกันทดสอบการส่งสัญญาณถ่ายทอดสด 4K สตรีมมิ่งครั้งนี้ใช้เส้นทางเครือข่าย 5G คุณภาพสูงของไชน่า โมบายและหัวเว่ย จากอาคารเป่ยจิง โมบาย ในเขตตงจื๋อเหมิน ไปยังอาคารเหม่ยฮุ่ย ที่มีสถานีฐาน 5G ครอบคลุมอยู่หลายตัว การทดสอบยืนยันได้ว่าเครือข่าย 5G ของไชน่า โมบาย สามารถรองรับการถ่ายทอดสด 4K สตรีมมิ่งระดับ UHD ของ CCTV ได้ที่อัตรา 40 – 60 Mbit/วินาที ในขณะเคลื่อนที่

ในระหว่างการทดสอบ พันธมิตรทั้งสามฝ่ายได้นำเสนอแพคเกจโซลูชัน 5G Dual-Band Networking + Live Streaming ใหม่ เพื่อช่วยในการส่งสัญญาณภาพวิดีโอ 4K ระดับ UHD ไปยังสำนักงานใหญ่ของ CCTV ผ่านแถบคลื่น 2.6 GHz และ 4.9 GHz ซึ่งสัญญาณการถ่ายทอดนั้นมีความไหลลื่นและเสถียรตลอดการทดสอบ

การถ่ายทอดสดในระหว่างเคลื่อนที่เป็นสิ่งสำคัญที่อุตสาหกรรมสื่อต้องการ ความสำเร็จของการทดสอบนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านรูปแบบการผลิตวิดีโอ การตัดต่อแก้ไข และถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญๆ หรือรายการแข่งขันกีฬา การใช้เทคโนโลยี 5G และเครือข่ายเชิงพาณิชย์ จะทำให้อุตสาหกรรมสื่อมีการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ผ่านระบบดิจิทัลและการแปลงข้อมูล นอกจากนี้ การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อการใช้งานในอุตสาหกรรมแนวตั้งยังเป็นเป้าหมายสูงสุดในการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย 5G อย่างมีคุณค่าและแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันทรงพลังของ 5G ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้มีมูลค่ายิ่งขึ้น


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

นศ. มจพ. ผุดไอเดียสุดเก๋สร้างห้องน้ำแมวอัตโนมัติ เน้นสุขอนามัยของสัตว์เลี้ยง

“ห้องน้ำแมวอัตโนมัติ” ฝีมือของนางสาวณัฐชยา สีดาจันทร์ นายจักรภัทธ จอมพันธ์ นักศึกษาจากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โดยมี ผศ.ดร.ดวงกมล โพธิ์นาค เป็นที่ปรึกษา การันตรีรางวัลเหรียญทองแดง ประเภทนวัตกรรมในการช่วยทำความสะอาด และอำนวยความสะดวกให้เจ้าของจากการประกวดนวัตกรรมนานาชาติ ครั้งที่ 47 (The 47th International Exhibition of Inventions Geneva) ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และผลงานเรื่อง ห้องน้ำแมวอัตโนมัติ (Cat Automatic Toilet) เป็นการพัฒนาอุปกรณ์เพื่อช่วยด้านสุขอนามัยของมนุษย์ และสัตว์เลี้ยง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

ห้องน้ำแมวมีดีไซน์ที่แปลกตาคือ ออกแบบเป็นบ้านทรงไทยขนาดกระทัดรัด มีความแข็งแรง สะดวกสบาย ยืดหยุ่น คล่องตัว และการเคลื่อนย้ายสะดวก บนพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัวใส่ใจในทุกรายละเอียดของคนรักแมว ให้อารมณ์และความรู้สึกที่ดูอบอุ่น อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับ “แมว” เหมาะสมสำหรับสังคมที่รีบเร่ง การดีไซน์ห้องน้ำแมวยุคใหม่ให้พร้อมใช้งานได้อย่างครบครัน บวกกับแอพพลิเคชั่นในการตรวจเช็คเวลาเข้าออกใช้งานห้องน้ำแมวได้นานถึง 14 วัน เมื่อผู้เลี้ยง”แมว” ติดธุระยังอยู่นอกบ้าน ตอบโจทย์เทรนด์การอยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ที่มุ่งเน้นความสร้างสรรค์ในแบบฉบับของตนเอง

วัตถุประสงค์ของงานวิจัย

เพื่อแก้ปัญหาการสัมผัสสิ่งปฏิกูลของสัตว์เลี้ยงโดยตรง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคจากสัตว์เลี้ยง และประหยัดเวลาในการดูแลสัตว์เลี้ยงในกรณีที่ผู้เลี้ยงจำเป็นจะต้องเดินทางบ่อยครั้งไม่มีเวลาอยู่บ้านเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงได้ตลอดเวลา

ลักษณะเด่นของห้องน้ำแมวอัตโนมัติ

คือการทำความสะอาดจัดเก็บสิ่งปฏิกูลของสัตว์เลี้ยงได้เองหลังจากที่สัตว์เลี้ยงนั้นได้ทำการเข้ามาขับถ่ายสิ่งปฏิกูล ซึ่งหลังจากทำการจัดเก็บสิ่งปฏิกูลแล้ว ตัวเครื่องจะทำการเติมทรายที่ใช้ในการดูดซึมน้ำและความชื้นของสิ่งปฎิกูลด้วยตัวเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูดซึมน้ำส่วนความชื้นนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของทรายเป็นสำคัญ ห้องน้ำแมวมีขนาดกว้าง 40 เซนติเมตร ยาว 45 เซนติเมตร สูง 45 เซนติเมตร และน้ำหนัก 10 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังใช้ระบบแอพพลิเคชั่นในการตรวจเช็คเวลาเข้าหรือออกการใช้งานห้องน้ำแมวอัตโนมัตินี้ ระบบดังกล่าวสามารถระบุตัวตนของ “แมว” ได้เป็นรายตัว รวมถึงขนาดของน้ำหนักแมว ตลอดจนการกำหนดออฟชั่น (option) ให้สามารถระบุวันในการต้องเข้ารับ “วัคซีน” ของสัตว์เลี้ยงตัวนั้นๆ สิ่งที่เพิ่มเติมไปก้าวสู่แพลตฟอร์มแห่งอนาคตที่มีไลฟ์สไตล์ตามแบบของตนเองอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังเป็นการลดความเป็นห่วงสัตว์เลี้ยงไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ยังรู้สึกได้ถึงการดูแลสัตว์เลี้ยงของได้ตลอดเวลา

“ห้องน้ำแมวอัตโนมัติ” จะเริ่มจากจัดเก็บข้อมูล การพัฒนา และออกแบบฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ รวมถึงทดสอบประสิทธิภาพเครื่อง นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ อีก และอาศัยเทคนิคที่ใช้ในโปรแกรมกระบวนการดังต่อไปนี้ โปรแกรม Arduino ซึ่งถูกพัฒนาโดยการเขียน ภาษา C ในการพัฒนาควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ชิ้นต่าง ๆ และโปรแกรม Visual studio จะถูกพัฒนาโดยการเขียน ภาษา JavaScript ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น

ประโยชน์การใช้งานวิจัย คือ กระบวนการทำความสะอาดสิ่งปฏิกูลของสัตว์เลี้ยงให้เองอัตโนมัติ สะดวก ถูกสุขอนามัย และไม่มีกลิ่นฉุน บ้านไม่เหม็นสิ่งปฏิกูลของสัตว์เลี้ยงอีกต่อไป ผู้เลี้ยงที่ติดธุระหรือเดินทางไปต่างจังหวัดสามารถใช้ระบบนี้ได้ครั้งละสูงสุดถึง 14 วัน ทำงานด้วยตนเองตลอดเวลา ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์และผู้เลี้ยง ประหยัดทรายแมวได้เป็นอย่างมาก และที่สำคัญสามารถถอดตัวบอดี้ออกมาทำความสะอาดได้ทำให้ท่านสามารถมั่นใจถึงความสะอาดได้ มีแอพพลิเคชั่นในการตรวจสอบการใช้ห้องน้ำของสัตว์เลี้ยงได้ตลอดเวลา ซึ่งตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่มีคนหันมาเลี้ยงแมวมากกว่าสุนัขเพราะดูแลง่าย และไม่จำเป็นต้องดูแลตลอดเวลา ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้เน้นการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาพัฒาได้เป็นอย่างดีพร้อม ๆ กับการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจะทำให้ธุรกิจนี้สามารถอยู่รอดได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน

สอบถามรายละเอียดได้ที่ ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โทรศัพท์ 02-913-2500 ต่อ. 3234 หรือ duangkamol.p@fte.kmutnb.ac.th


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะครุศาสตร์ฯ มจพ. ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ปี’ 62

ผศ.สมชาย เวชกรรม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มจพ. ประธานเปิดงาน กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับนักศึกษาใหม่ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ประจำปีการศึกษา 2562 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 8 อาคารปฏิบัติการและประลองรวม พร้อมด้วยรศ. ดร.ไพโรจน์ สถิรยากร คณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ได้ให้โอวาทนักศึกษาใหม่ ในระดับปริญญาตรี หลักสูตร 5 ปี หลักสูตร 4 ปี และหลักสูตรเทียบโอน

ทั้งนี้ยังทำงานร่วมกับส่วนอื่นๆ ที่ให้ความรู้ความเข้าใจ ได้แก่ การเข้ามาเป็นนักศึกษาใหม่ในรั้ว มจพ. ข้อควรปฏิบัติระหว่างศึกษาใน มจพ. การใช้ห้องสมุด การชี้แจงข้อมูลและอรรถประโยชน์ของบัตรนักศึกษา การใช้บริการของสำนักคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สิทธิประโยชน์ของนักศึกษาและสิ่งที่นักศึกษาควรทราบ การเสวนา เรื่อง “ปรับตัวอย่างไรกับชีวิตใหม่ใน มจพ.” และการชี้แจงงานของสโมสรนักศึกษา ตลอดจนกิจกรรมสันทนาการ โดยกลุ่มสันทนาการคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

ขวัญฤทัย ข่าว/ประจักษ์เวช ถ่ายภาพ


 

Exit mobile version